ทำอาหารด้วยไมโครเวฟ สารอาหารจะหายไปจริงไหม?

รู้หรือไม่? สารอาหารต่างๆในผักส่วนใหญ่ สามารถอยู่ได้นานกว่าเมื่อปรุงสุกด้วยไมโครเวฟ เพราะว่าการทำอาหารด้วยไมโครเวฟจะใช้เวลาน้อยกว่าวิธีการทำอาหารประเภทอื่นๆ ดังนั้นเมนูไมโครเวฟจึงเป็นวิธีทำอาหารที่ดีสุดๆสำหรับผู้ที่ห่วงใยสุขภาพ และอยากได้สารอาหารจากผักมากที่สุด

ทำอาหารด้วยไมโครเวฟทำให้สูญเสียคุณค่าทางโภชนาการจริงหรือเปล่า?

เราอาจจะเคยได้ยินข่าวลืมนี้มาอยู่บ้างว่าไมโครเวฟทำให้สูญเสียสารอาหารไป หรือแม้กระทั่งทำให้เกิดอันตรายยิ่งกว่าเดิม คุณคิดว่าประโยคนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่?

คำตอบคือ: ถ้าทำถูกวิธี การใช้ไมโครเวฟจะเป็นวิธีที่ช่วยไม่ให้สูญเสียสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆในอาหารไป

การทำอาหารด้วยไมโครเวฟก็สามารถเป็นอันตรายได้ เช่น คุณอาจไม่ทันระวังไปจับภาชนะที่กำลังร้อน หรือใช้พลาสติกผิดประเภทในการเข้าไมโครเวฟ ซึ่งทำให้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายสัมผัสกับอาหารได้ แต่ถ้าคุณเป็นผู้ที่สนใจเกี่ยวกับอาหารและสุขภาพแล้วล่ะก็ การใช้ไมโครเวฟอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะ เพราะจริงๆแล้ว การทำอาหารด้วยวิธีนี้ ถือเป็นหนึ่งในวิธีการทำอหารที่ healthy มากๆ ถ้าคุณใช้ไมโครเวฟ พร้อมกับวางถ้วยน้ำเล็กๆไว้ด้านในด้วย จะทำให้วิตามินและเกลือแร่ยังคงอยู่มากกว่าการทำอาหารโดยใช้วิธีอื่น

ไมโครเวฟเซฟสารอาหารได้จริงไหม

“เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณทำอาหาร คุณจะต้องสูญเสียสารอาหารไปอยู่แล้ว” นักโภชนาการและนักวิจัยทาวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร Catherine Adams Hutt, RD, Ph.D. ได้กล่าวไว้ “วิธีการทำอาหารที่ดีที่สุดในการรักษาสารอาหารคือการทำให้เร็วที่สุด โดยให้อาหารสัมผัสความร้อนในระยะเวลาที่สั้นที่สุด และใช้ปริมาณของเหลวน้อยที่สุด”

ซึ่งเครื่องครัวในบ้านที่จะทำสิ่งนี้ได้ ก็คือไมโครเวฟนั่นเอง!

สมมติว่าตั้งเตาต้มผักโขมในหม้อ ผักโขมจะสูญเสียกรดโฟลิคไปถึง 70% แต่ถ้าอุ่นด้วยไมโครเวฟ โดยมีน้ำปริมาณไม่มาก คุณจะสามารถรักษากรดโฟลิคในผักโขมได้ แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย แล้วถ้าย่างเบคอนในกระทะ จนกระทั่งกรอบเกรียมน่ารับประทาน ซึ่งเมื่อถึงขั้นตอนนี้ ไนโตรซามีนจะถูกปล่อยออกมาซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง ในขณะที่การใช้ไมโครเวฟทำเบคอน คุณลืมเรื่องมะเร็งไปได้เลย

แต่ถ้าคุณใช้ไมโครเวฟไม่ถูกวิธีก็อาจส่งผลตรงข้ามได้เหมือนกัน เช่นถ้าเอาผักไปอุ่นพร้อมกับน้ำในปริมาณมาก จะทำให้สารอาหารระเหยออกไปมากกว่าเดิมเช่นกัน ดังนั้นในการใช้ไมโครเวฟ ควรครอบฝาให้สนิท เพื่อให้เกิดแรงดันที่เหมาะสม Hutt ได้กล่าวไว้

แล้วถ้าเป็นการนึ่งบนเตาล่ะ? จริงๆแล้วก็อาจเป็นวิธีที่ดีกว่าก็ได้ จากการศึกษาที่พบว่าการนึ่งบร็อคโคลี จะช่วยเก็บแร่ธาตุต้านมะเร็งอย่างซัลโฟราเพน มากกว่าการใช้ไมโครเวฟ

ในกรณีส่วนใหญ่ การใช้ไมโครเวฟในการทำอาหารแล้วมีฝาครอบปิดแน่นหนา และภาชนะเหมาะสำหรับการใช้กับไมโครเวฟ และใส่น้ำเล็กน้อย จะทำให้สารอาาหารยังอยู่ครบถ้วนเลย และในบางกรณีอาจทำให้สารอาหารมีมากกว่าเดิมก็ได้ อย่างเช่น สารแคโรตินอยในแครอทและมะเขือเทศ จะมีการปรับให้เข้ากับร่างกายเรามากกว่าเมื่อใช้ไมโครเวฟ และทำให้ไบโอตินในไข่ย่อยได้ และความร้อนยังช่วยฆ่าแบคทีเรียในอาหารที่ทำให้เราป่วยได้

ต่อไปก็ใช้ไมโครเวฟได้เลยไม่ต้องกังวลแล้ว! เพราะเป็นวิธีการทำอาหารที่รวดเร็วจากภายในสู่ภายนอก คุณอาจไม่ได้กลิ่นหอมโชยจากเตาเหมือนเวลาอบขนมหรือย่างอาหาร แต่ถ้าคุณทำถูกวิธีด้วยการใช้น้ำเพียงเล็กน้อย กับอาหารในภาชนะที่ปิดสนิท อาหารของคุณจะเต็มไปด้วยโภชนาการเลย

ที่ Pots&Pans เรามีเมนูไมโครเวฟมาให้กับคุณด้วยนะ มาพร้อมทั้งคาวและหวาน ใครสนใจเมนูไหนก็สามารถลองไปทำ หรือปรับสูตรตามต้องการได้เลย

และที่สำคัญจะขาดอุปกรณ์ไปก็คงไม่ได้ ลองใช้หม้ออัดแรงดันไมโครเวฟดูไหม? ทำอาหารได้หลากหลาย ใช้เวลาน้อย เก็บสารอาหารไว้ได้อย่างดีด้วย

MEYER หม้ออัดแรงดันไมโครเวฟ ขนาด 2.3 ลิตร สีแดง Easy Pressure Cooker (48530-N)MEYER หม้ออัดแรงดันไมโครเวฟ ขนาด 2.3 ลิตร สีชมพู Easy Pressure Cooker (48500-N)

บทความแปลจาก:
https://www.webmd.com/food-recipes/features/do-microwaves-zap-nutrition#1
https://www.kickassfacts.com/cooking-facts/