วิธีใช้กระทะสแตนเลสไม่ให้ติดกระทะ เคล็ดลับฉบับมือโปร พร้อมเหตุผลที่ทำไมคุณต้องมีติดครัว
วิธีใช้กระทะสแตนเลสไม่ให้ติดกระทะ เคล็ดลับฉบับมือโปร พร้อมเหตุผลที่ทำไมคุณต้องมีติดครัว
หนึ่งในปัญหาโลกแตกของคนรักการเข้าครัว คือการที่ "กระทะสแตนเลส" สุดรักทำอาหารแล้วติดหนึบจนเสียอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นไข่ดาวที่เละไม่เป็นรูปทรง หรือเนื้อปลาที่ผิวลอกติดก้นกระทะ จนหลายคนถอดใจหันไปใช้กระทะเคลือบผิวลื่น (Non-stick) กันหมด
แต่รู้หรือไม่ว่า... เชฟระดับโลกส่วนใหญ่เลือกใช้สแตนเลสเป็นอาวุธคู่ใจ? วันนี้เราจะมาเจาะลึกวิธีใช้งานกระทะสแตนเลสให้ติดน้อยที่สุด พร้อมเหตุผลว่าทำไมคุณถึงควรฝึกใช้มันให้คล่อง แม้ว่ามันจะไม่ได้ "ลื่นปรื๊ด" เท่ากระทะเคลือบก็ตาม
ทำความเข้าใจก่อน: สแตนเลสไม่ใช่กระทะเคลือบผิวลื่น
ต้องยอมรับกันตามตรงก่อนว่า "กระทะสแตนเลสไม่มีทางลื่นได้ 100% เท่ากับกระทะ Non-stick" เนื่องจากคุณสมบัติทางวัสดุที่ไม่มีสารเคมีเคลือบผิว หากโจทย์ของคุณคือการทอดไข่โดยไม่ใช้น้ำมันเลย หรือต้องการความสะดวกสบายสูงสุด การใช้กระทะเคลือบอย่าง Meyer รุ่นที่มีผิวลื่นคุณภาพสูงคือคำตอบที่ตรงจุดกว่า
อย่างไรก็ตาม กระทะสแตนเลสมีเสน่ห์ที่กระทะเคลือบทดแทนไม่ได้ และถ้าคุณรู้วิธี "วอร์ม" กระทะที่ถูกต้อง คุณจะพบว่ามันสามารถทำอาหารได้ลื่นไหลอย่างน่าอัศจรรย์
5 ขั้นตอนเปลี่ยนกระทะสแตนเลสให้ "ลื่น" เหมือนมีเวทมนตร์
การที่อาหารติดกระทะสแตนเลส เกิดจากรูพรุนเล็กๆ บนผิวโลหะที่ขยายตัวเมื่อโดนความร้อนและไป "งับ" อาหารเอาไว้ วิธีแก้ไขคือการปิดรูพรุนเหล่านั้นด้วยความร้อนและน้ำมัน ผ่านขั้นตอนดังนี้:
1. การทดสอบหยดน้ำ (Leidenfrost Effect)
นี่คือหัวใจสำคัญ ห้ามใส่น้ำมันทันทีที่ตั้งไฟ ให้รอจนกระทะร้อนจัด แล้วลองหยดน้ำลงไปเพียงเล็กน้อย
-
ถ้าหยดน้ำแบนและระเหยหายไป: แปลว่ากระทะยังร้อนไม่พอ
-
ถ้าหยดน้ำกลิ้งเป็นลูกกลมๆ เหมือนปรอทวิ่งไปมา: แปลว่ากระทะร้อนได้ที่และเกิดชั้นฟิล์มความร้อนที่พร้อมจะผลักดันอาหารไม่ให้สัมผัสผิวโลหะโดยตรงแล้ว
2. เทคนิค "กระทะร้อน น้ำมันเย็น"
เมื่อกระทะร้อนจนหยดน้ำวิ่งได้แล้ว ให้เช็ดน้ำออกแล้วเทน้ำมันลงไป จากนั้นค่อยๆ ปรับไฟลงตามความเหมาะสมของเมนูนั้นๆ การใส่น้ำมันลงในกระทะที่ร้อนจัดจะทำให้น้ำมันเข้าไปเติมเต็มรูพรุนของสแตนเลส สร้างชั้นฟิล์มธรรมชาติที่ช่วยให้ลื่นขึ้น
3. อุณหภูมิของวัตถุดิบต้องเหมาะสม
อย่าใส่อาหารที่ "เย็นจัด" จากตู้เย็นลงในกระทะทันที เพราะความเย็นจะทำให้อุณหภูมิกะทะลดฮวบ และทำให้รูพรุนบนผิวสแตนเลสหดตัวลงมาจับอาหารอีกครั้ง ควรนำเนื้อสัตว์ออกมาวางพักให้คลายความเย็นก่อนปรุง
4. ใจเย็น... อย่ารีบพลิก
ความลับของเชฟคือการปล่อยให้อาหาร "เซตตัว" เมื่อโปรตีนโดนความร้อนที่ถูกต้อง ผิวสัมผัสจะค่อยๆ แข็งตัวและดีดตัวออกจากกระทะเอง (Searing) หากคุณพยายามแซะอาหารในขณะที่มันยังไม่สุกดี นั่นคือสาเหตุหลักที่ทำให้อาหารขาดและติดกระทะ
5. การเลือกน้ำมัน
สำหรับกระทะสแตนเลส ควรเลือกน้ำมันที่มี จุดเดือดสูง (High Smoke Point) เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันเมล็ดทานตะวัน หรือน้ำมันปาล์ม เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันไหม้กลายเป็นคราบเหนียวติดกระทะก่อนที่อาหารจะสุก
ทำไมคุณถึงควรใช้กระทะสแตนเลส แม้จะใช้ยากกว่า?
หากมันใช้ยากกว่า แล้วทำไมเรายังต้องพยายาม? นี่คือเหตุผลที่กระทะสแตนเลสคือการลงทุนที่คุ้มค่า:
-
ความทนทานชั่วลูกชั่วหลาน: กระทะสแตนเลสไม่มีชั้นเคลือบที่จะหลุดลอก คุณสามารถใช้ตะหลิวเหล็ก ฝอยขัดหม้อ หรือใช้ความร้อนสูงแค่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องกลัวเสียของ
-
ปลอดภัยไร้สารตกค้าง: มั่นใจได้ 100% ว่าไม่มีสาร PFOA หรือสารเคมีอื่นๆ ปนเปื้อนลงในอาหารแม้จะใช้งานมานานหลายปี
-
เคล็ดลับความอร่อย (The Fond): คราบน้ำตาลและโปรตีนสีน้ำตาลทองที่ติดก้นกระทะเล็กน้อย (เรียกว่า Fond) คือขุมทรัพย์ของความอร่อย เมื่อนำมาทำซอสต่อ (Deglazing) จะได้รสชาติที่ล้ำลึกซึ่งกระทะผิวลื่นทำไม่ได้
-
ความสวยงามระดับพรีเมียม: ความเงางามของสแตนเลสคุณภาพดี ช่วยยกระดับให้ห้องครัวดูเป็นมืออาชีพและสะอาดตาเสมอ
สรุป: เลือกที่ใช่ให้เหมาะกับงาน
ถ้าคุณต้องการความไวในตอนเช้า ทอดไข่ดาวแบบรีบๆ กระทะ Non-stick คือเพื่อนแท้ แต่ถ้าคุณต้องการยกระดับฝีมือการทำอาหาร อยากได้สเต็กที่ผิวสวยกรอบ หรือต้องการกระทะที่ซื้อครั้งเดียวจบใช้งานได้ตลอดชีวิต กระทะสแตนเลส คือทักษะที่คุณควรฝึกฝนให้ชำนาญ
การฝึกใช้กระทะสแตนเลสอาจต้องใช้เวลาปรับตัวในช่วงแรก แต่เมื่อคุณจับจังหวะความร้อนได้แล้ว คุณจะพบว่าความสนุกในการทำอาหารที่แท้จริง... อยู่ที่เสียงฉ่าและความหอมเย้ายวนบนผิวสแตนเลสนั่นเอง




