เปลี่ยนครัวเก่าเป็นครัวใหม่! คู่มือเลือกประเภทกระทะและหม้อให้เหมาะกับเมนูโปรด
เปลี่ยนครัวเก่าเป็นครัวใหม่! คู่มือเลือกประเภทกระทะและหม้อให้เหมาะกับเมนูโปรด
การมีอุปกรณ์ที่ "ใช่" ช่วยให้การทำอาหารสนุกและง่ายขึ้นหลายเท่า หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมหม้อและกระทะถึงมีรูปทรงที่ต่างกันออกไป ทั้งที่ดูเผินๆ ก็เอามาผัดหรือต้มได้เหมือนกัน วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับอุปกรณ์แต่ละประเภท เพื่อให้คุณเลือกหยิบใช้ได้เหมือนเชฟมือโปร
1. หม้อด้าม (Saucepan)
เหมาะสำหรับ: การต้ม ซอส และเมนูที่ต้องเคี่ยว หม้อด้ามคือ "ไอเทมสามัญประจำบ้าน" ที่ใช้งานได้เอนกประสงค์ที่สุด ตั้งแต่ต้มไข่ ลวกผัก ทำซอสพาสต้า ไปจนถึงการอุ่นนมหรือละลายเนย
-
จุดเด่น: มีด้ามจับยาวเพียงด้านเดียว ช่วยให้ยกเทได้สะดวกด้วยมือเดียว
-
คำแนะนำ: ควรเลือกหม้อที่มีฐานหนาเพื่อการกระจายความร้อนที่สม่ำเสมอ และมีฝาปิดที่สนิทเพื่อรักษาอุณหภูมิและรสชาติ
2. หม้อสองหู (Saucepot)
เหมาะสำหรับ: แกง ต้มจืด หรือเมนูที่มีปริมาณมาก รูปทรงคล้ายหม้อด้ามแต่เปลี่ยนจากด้ามจับยาวเป็น "หูจับสองข้าง" ทำให้รับน้ำหนักได้ดีกว่า
-
จุดเด่น: เมื่อหม้อเต็มไปด้วยแกงหรือซุปที่หนัก การมีสองหูช่วยให้ยกเคลื่อนย้ายได้มั่นคงและปลอดภัยกว่า เหมาะมากสำหรับทำอาหารมื้อใหญ่ให้ครอบครัว
3. กระทะทอด (Frying Pan / Skillet)
เหมาะสำหรับ: การทอด ผัด และเซียร์เนื้อ (Searing) นี่คืออุปกรณ์ที่ทุกครัวต้องมี! ด้วยลักษณะก้นแบนและขอบที่ลาดเอียงเล็กน้อย ทำให้เหมาะกับการใช้ตะหลิวพลิกอาหาร
-
จุดเด่น: ออกแบบมาเพื่อให้น้ำระเหยออกได้เร็ว ช่วยให้อาหารกรอบและสีสวย
-
เทคนิค: หากชอบทานสเต็ก ควรเลือกกระทะที่ทนความร้อนสูงได้ดี แต่ถ้าเน้นทอดไข่หรือปลา กระทะแบบเคลือบกันติด (Non-stick) จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ
4. หม้อต้มทรงสูง (Stockpot)
เหมาะสำหรับ: ทำน้ำสต๊อก ต้มเส้นพาสต้า หรือแกงหม้อใหญ่ หม้อประเภทนี้จะมีความสูงมากกว่าความกว้าง ออกแบบมาเพื่อบรรจุน้ำได้ปริมาณมาก
-
จุดเด่น: ขอบที่สูงช่วยลดการระเหยของน้ำ ทำให้เหมาะกับการเคี่ยวน้ำซุปเป็นเวลานานๆ โดยที่รสชาติไม่เค็มจัดจนเกินไป
5. กระทะทรงลึกหรือกระทะวอค (Stir-fry Pan / Wok)
เหมาะสำหรับ: อาหารผัดที่ต้องใช้ไฟแรงและรวดเร็ว สำหรับครัวไทยหรือครัวเอเชีย กระทะทรงนี้คือหัวใจหลัก ขอบที่โค้งสูงช่วยให้คุณสะบัดหรือคลุกเคล้าอาหารได้โดยไม่หกเลอะเทอะ
-
จุดเด่น: กระจายความร้อนได้ทั่วถึงทั้งก้นและขอบกระทะ เหมาะกับการผัดผักให้ยังคงความกรอบและสดใส
6. กระทะผัดขอบตั้ง (Sauté Pan)
เหมาะสำหรับ: การผัดแบบมีน้ำขลุกขลิก หรือการตุ๋นระยะสั้น มองเผินๆ อาจจะคล้ายกระทะทอด แต่ความต่างคือ "ขอบที่ตั้งตรง" และฐานที่กว้างกว่า
-
จุดเด่น: ขอบที่ตั้งตรงช่วยกักเก็บของเหลวได้ดีกว่ากระทะทอดทั่วไป จึงเหมาะกับเมนูอย่างการทำข้าวผัดที่เครื่องเยอะๆ หรือเมนูเนื้อสัตว์ที่มีซอสราด
7. กระทะเชฟ (Chef’s Pan)
เหมาะสำหรับ: ครัวที่มีพื้นที่จำกัด หรือทำกินเอง 1-2 คน คือลูกผสมระหว่างกระทะทอด กระทะผัด และหม้อด้าม ขอบจะมีความโค้งมนมากกว่ากระทะ Sauté
-
จุดเด่น: เป็นกระทะอเนกประสงค์ที่ทำได้ตั้งแต่ผัดพาสต้า ทำรีซอตโต้ ไปจนถึงการเคี่ยวซอส เป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับคนที่อยากซื้อใบเดียวแล้วทำได้เกือบทุกอย่าง
เคล็ดลับส่งท้าย:
การเลือกเครื่องครัวไม่ได้ดูแค่รูปทรง แต่ควรดู วัสดุ ให้เหมาะกับการใช้งานด้วย เช่น
-
สแตนเลส: ทนทาน สวยงาม เหมาะกับการเซียร์เนื้อ
-
Non-stick : ล้างง่าย ใช้ลื่น เหมาะกับการทำอาหารสุขภาพที่ไม่ใช้น้ำมันเยอะ
การลงทุนกับเครื่องครัวคุณภาพดีสักชิ้น ไม่เพียงแต่ช่วยให้รสชาติอาหารดีขึ้น แต่ยังช่วยประหยัดเวลาในการทำความสะอาดและยืดอายุการใช้งานไปได้อีกนานหลายปีครับ

